รู้จัก 3 เทคนิคยกกระชับใบหน้ายอดฮิต มีอะไรบ้าง ต่างกันอย่างไร?


ยกกระชับใบหน้า

เมื่อผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อยหลายคนจึงเริ่มนึกถึงการยกกระชับใบหน้า เพราะปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณแห่งวัย เช่น ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย หรือต้องการปรับรูปหน้าให้กระชับได้สัดส่วนมากขึ้น จึงขอพาไปดู 3 นวัตกรรมยกกระชับผิวหน้าที่กำลังมาแรงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง และต่างกันอย่างไร?

3 นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า แบบไหนที่เหมาะสำหรับผิวคุณ?

  1. Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Focused Ultrasound) เพื่อกระตุ้นและส่งพลังงานลงลึกไปถึงชั้นผิวที่เรียกว่า SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่น อิ่มฟู และกระชับมากขึ้น ริ้วรอยลดลง โครงหน้าชัดเจนขึ้น ผิวดูเต่งตึงแบบเป็นธรรมชาติ

ข้อดีของการทำ Ulthera คือ มีความแม่นยำค่อนข้างสูง เพราะมีหน้าจอแสดงผลที่แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวผ่านหน้าจอขณะทำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้า ใต้คาง ลำคอ หรือร่องแก้มลึก ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละคน สามารถเห็นผลลัพธ์บางส่วนได้ทันที และจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 2 – 3 เดือน

  • Thermage (เทอร์มาจ) เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวที่ใช้การยิงคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ลงไปในชั้นผิวหนังจนถึงชั้นไขมันเพื่อช่วยสลายไขมัน ช่วยลดสัดส่วนบนใบหน้า เช่น ลดแก้ม ลดเหนียง ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยและปรับผิวหน้าให้กระชับได้อย่างตรงจุด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยทั่วใบหน้าและลำคอ ผู้ที่ต้องการปรับผิวหน้าให้แน่นกระชับทั่วทั้งใบหน้า และผู้ที่กลัวเข็ม หรือกลัวการผ่าตัด

ข้อดีของ Thermage คือเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่สามารถทำได้ทั้งใบหน้าและลำตัว สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ ใช้เวลาทำประมาณ 40 – 90 นาที ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน

  • HIFU (ไฮฟู่) หรือ High Intensity Focused Ultrasound เป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงยิงลงลึกถึงชั้น SMAS แบบเฉพาะเจาะจง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิวกระชับมากขึ้น ช่วยลดความหย่อนคล้อย และลดเลือนการเกิดริ้วรอย

ข้อดีของHIFU คือ สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ยกกระชับเฉพาะจุดได้ดี เช่น แก้มล่าง ใต้คาง หางตา หน้าผาก เหนียง คอ ต้นแขน ต้นขา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย แก้มห้อย เหนียง หรือผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น

การยกกระชับใบหน้าไม่ได้เป็นเรื่องของวัย 40+ เพียงอย่างเดียว เพราะวัย 25+ ที่ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อยก็สามารถเริ่มทำได้แล้ว เพื่อช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง และได้สัดส่วนตามที่ต้องการ มีให้เลือกทำหลายวิธี สามารถเลือกได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่มีปัญหาผิวระดับเบา – ปานกลาง ไปจนถึงระดับรุนแรง ช่วยให้ผิวกระชับขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด